มนุษย์เงินเดือนวิกฤต Jobsdb เผยคนทำงานเกือบครึ่งเผชิญภาวะหมดไฟ-เครียดสะสม
ผลสำรวจ Jobsdb by SEEK ชี้คนทำงานไทยกว่า 45% เผชิญภาวะหมดไฟและเครียดสะสม กลายเป็นต้นทุนเงียบทำลายประสิทธิภาพองค์กร แนะเร่งสร้างวัฒนธรรม Safe Space ดึงพลังใจมนุษย์เงินเดือนกลับมา เช็กสัญญาณคลื่นใต้น้ำมนุษย์เงินเดือน เมื่อ “ความเครียด-ภาวะหมดไฟ” อาจไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แม้ว่าคนทำงานในประเทศไทยส่วนใหญ่จะยังคงมองว่าตนเองมีความสุขดีกับการทำงานในภาพรวม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลึกลงไป “ความเครียด” กำลังกลายเป็นคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบัน สิ่งที่หลายองค์กรมองว่าเป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล แท้จริงแล้วกำลังกลายเป็น “ต้นทุนเงียบ” ที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวจากรายงาน Workplace Happiness Report ประจำปี 2568 เผยตัวเลขที่น่าสนใจจากการตอบแบบสำรวจว่า มีคนทำงานเพียง 43% เท่านั้นที่รู้สึกพึงพอใจกับระดับความเครียดของตนเองในที่ทำงาน ในทางกลับกัน มีคนทำงานอีกกว่า 45% หรือเกือบครึ่งหนึ่งที่กำลังเผชิญกับ ภาวะหมดไฟ (Burnout) และความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบแค่สุขภาพใจของพนักงาน แต่ส่งผลโดยตรงต่อความร่วมมือ เสถียรภาพ และอัตราการรักษาบุคลากรขององค์กรด้วย svong-1
ทำไมปริมาณงาน ไม่ใช่สาเหตุเดียวของความเครียดในยุคใหม่?
ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การแข่งขัน และความกดดันรอบตัวทำให้คนทำงานต้องแบกรับความคาดหวังที่ซับซ้อนขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือกลุ่มมนุษย์เงินเดือนยุคนี้ ที่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ความมั่นคงทางรายได้ แต่ยังให้ความสำคัญกับ “ความหมาย” และ “คุณค่า” ของงานที่ทำมากขึ้น ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดในปัจจุบันจึงมีมิติที่กว้างกว่าเดิม ดังนี้
- ความคาดหวังต่อความสำเร็จที่สูงขึ้น
- ความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในอนาคต
- ภาวะเปรียบเทียบจากโซเชียลมีเดีย หรืออาการกลัวตกกระแส (FOMO) ที่ส่งผลต่อสมดุลชีวิตและการทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้

แยกให้ชัด “ความเครียด” VS “ภาวะหมดไฟ” แตกต่างกันอย่างไร?
ในมุมมองทางจิตวิทยา ทั้งสองอาการนี้มีลักษณะและปลายทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งองค์กรและตัวพนักงานเองควรสังเกตเพื่อแยกแยะให้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
| รูปแบบอาการ | ความเครียด (Stress) | ภาวะหมดไฟ (Burnout) |
| สาเหตุหลัก | เกิดจากแรงกดดันหรือภาระงานที่สะสมต่อเนื่อง | เป็นปลายทางของความเหนื่อยล้าสะสมทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจจากการทำงานเป็นเวลานาน |
| การแสดงออก | ตื่นตัว วิตกกังวล ตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางอารมณ์สูง | หมดพลัง ไร้แรงจูงใจ รู้สึกห่างเหินจากงานและองค์กร |
| ผลกระทบ | ส่งผลต่ออารมณ์ชั่วคราวและบรรยากาศในทีม | รู้สึกสูญเสียศักยภาพในการทำงาน ไม่อยากมีส่วนร่วม ลาป่วยบ่อย |
รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า พนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงาน มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะหมดไฟมากกว่าปกติถึง 1.5 เท่า ซึ่งมักแสดงออกผ่านพฤติกรรม เช่น ทำงานล่าช้า เกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง บรรยากาศในทีมตึงเครียด และนำไปสู่การลาออกในท้ายที่สุด ทำให้องค์กรต้องสูญเสียทั้งเวลา ทรัพยากร และต้นทุนในการสรรหาบุคลากรใหม่โดยไม่จำเป็น
ทางออกและการปรับวัฒนธรรมองค์กรเพื่อความยั่งยืน
คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันความเครียดและภาวะหมดไฟไม่ใช่เพียงเรื่องของ wellbeing หรือสุขภาพจิตส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและโอกาสทางธุรกิจ การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีคุณภาพ และบริหารจัดการความกดดันอย่างเหมาะสม จะช่วยเปลี่ยนพลังสร้างสรรค์ของพนักงานให้เป็นประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างยั่งยืน การรับมือกับปัญหานี้ไม่ใช่เพียงแค่การลดปริมาณงานลงเท่านั้น แต่เริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรตามแนวทางดังต่อไปนี้
- สร้าง Safe Space: เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมได้พูดคุยถึงความกังวลหรืออุปสรรคที่พบเจอในการทำงานอย่างจริงใจโดยไม่ถูกตัดสิน
- สนับสนุนความยืดหยุ่น: ปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของพนักงานเพื่อลดความตึงเครียดสะสม
- ให้คุณค่ากับการพักผ่อน: ส่งเสริมวัฒนธรรมที่สนับสนุนการพักผ่อนที่เพียงพอ
- ยินดีกับ Small Wins: ร่วมยินดีกับความสำเร็จเล็ก ๆ ระหว่างการทำงาน เพื่อเติมพลังใจและสร้างแรงผลักดันเชิงบวกให้กับทีม
