ศุกร์. พ.ค. 29th, 2026

มนุษย์เงินเดือนวิกฤต Jobsdb เผยคนทำงานเกือบครึ่งเผชิญภาวะหมดไฟ-เครียดสะสม

Jobsdb

มนุษย์เงินเดือนวิกฤต Jobsdb เผยคนทำงานเกือบครึ่งเผชิญภาวะหมดไฟ-เครียดสะสม

 

ผลสำรวจ Jobsdb by SEEK ชี้คนทำงานไทยกว่า 45% เผชิญภาวะหมดไฟและเครียดสะสม กลายเป็นต้นทุนเงียบทำลายประสิทธิภาพองค์กร แนะเร่งสร้างวัฒนธรรม Safe Space ดึงพลังใจมนุษย์เงินเดือนกลับมา เช็กสัญญาณคลื่นใต้น้ำมนุษย์เงินเดือน เมื่อ “ความเครียด-ภาวะหมดไฟ” อาจไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แม้ว่าคนทำงานในประเทศไทยส่วนใหญ่จะยังคงมองว่าตนเองมีความสุขดีกับการทำงานในภาพรวม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลึกลงไป “ความเครียด” กำลังกลายเป็นคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบัน สิ่งที่หลายองค์กรมองว่าเป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล แท้จริงแล้วกำลังกลายเป็น “ต้นทุนเงียบ” ที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวจากรายงาน Workplace Happiness Report ประจำปี 2568 เผยตัวเลขที่น่าสนใจจากการตอบแบบสำรวจว่า มีคนทำงานเพียง 43% เท่านั้นที่รู้สึกพึงพอใจกับระดับความเครียดของตนเองในที่ทำงาน ในทางกลับกัน มีคนทำงานอีกกว่า 45% หรือเกือบครึ่งหนึ่งที่กำลังเผชิญกับ ภาวะหมดไฟ (Burnout) และความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบแค่สุขภาพใจของพนักงาน แต่ส่งผลโดยตรงต่อความร่วมมือ เสถียรภาพ และอัตราการรักษาบุคลากรขององค์กรด้วย svong-1

ทำไมปริมาณงาน ไม่ใช่สาเหตุเดียวของความเครียดในยุคใหม่?

ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การแข่งขัน และความกดดันรอบตัวทำให้คนทำงานต้องแบกรับความคาดหวังที่ซับซ้อนขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือกลุ่มมนุษย์เงินเดือนยุคนี้ ที่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ความมั่นคงทางรายได้ แต่ยังให้ความสำคัญกับ “ความหมาย” และ “คุณค่า” ของงานที่ทำมากขึ้น ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดในปัจจุบันจึงมีมิติที่กว้างกว่าเดิม ดังนี้

  • ความคาดหวังต่อความสำเร็จที่สูงขึ้น
  • ความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในอนาคต
  • ภาวะเปรียบเทียบจากโซเชียลมีเดีย หรืออาการกลัวตกกระแส (FOMO) ที่ส่งผลต่อสมดุลชีวิตและการทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

 

แยกให้ชัด “ความเครียด” VS “ภาวะหมดไฟ” แตกต่างกันอย่างไร?

ในมุมมองทางจิตวิทยา ทั้งสองอาการนี้มีลักษณะและปลายทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งองค์กรและตัวพนักงานเองควรสังเกตเพื่อแยกแยะให้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

รูปแบบอาการ ความเครียด (Stress) ภาวะหมดไฟ (Burnout)
สาเหตุหลัก เกิดจากแรงกดดันหรือภาระงานที่สะสมต่อเนื่อง เป็นปลายทางของความเหนื่อยล้าสะสมทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจจากการทำงานเป็นเวลานาน
การแสดงออก ตื่นตัว วิตกกังวล ตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางอารมณ์สูง หมดพลัง ไร้แรงจูงใจ รู้สึกห่างเหินจากงานและองค์กร
ผลกระทบ ส่งผลต่ออารมณ์ชั่วคราวและบรรยากาศในทีม รู้สึกสูญเสียศักยภาพในการทำงาน ไม่อยากมีส่วนร่วม ลาป่วยบ่อย

 

รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า พนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงาน มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะหมดไฟมากกว่าปกติถึง 1.5 เท่า ซึ่งมักแสดงออกผ่านพฤติกรรม เช่น ทำงานล่าช้า เกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง บรรยากาศในทีมตึงเครียด และนำไปสู่การลาออกในท้ายที่สุด ทำให้องค์กรต้องสูญเสียทั้งเวลา ทรัพยากร และต้นทุนในการสรรหาบุคลากรใหม่โดยไม่จำเป็น

ทางออกและการปรับวัฒนธรรมองค์กรเพื่อความยั่งยืน

คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันความเครียดและภาวะหมดไฟไม่ใช่เพียงเรื่องของ wellbeing หรือสุขภาพจิตส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและโอกาสทางธุรกิจ การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีคุณภาพ และบริหารจัดการความกดดันอย่างเหมาะสม จะช่วยเปลี่ยนพลังสร้างสรรค์ของพนักงานให้เป็นประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างยั่งยืน   การรับมือกับปัญหานี้ไม่ใช่เพียงแค่การลดปริมาณงานลงเท่านั้น แต่เริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรตามแนวทางดังต่อไปนี้

 

  • สร้าง Safe Space: เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมได้พูดคุยถึงความกังวลหรืออุปสรรคที่พบเจอในการทำงานอย่างจริงใจโดยไม่ถูกตัดสิน
  • สนับสนุนความยืดหยุ่น: ปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของพนักงานเพื่อลดความตึงเครียดสะสม
  • ให้คุณค่ากับการพักผ่อน: ส่งเสริมวัฒนธรรมที่สนับสนุนการพักผ่อนที่เพียงพอ
  • ยินดีกับ Small Wins: ร่วมยินดีกับความสำเร็จเล็ก ๆ ระหว่างการทำงาน เพื่อเติมพลังใจและสร้างแรงผลักดันเชิงบวกให้กับทีม

 

By svong-1

Related Post