“ อาสพลธ์ ” นำทีม กมธ.ป.ป.ช. เล็งรื้อ กฎหมายลดดุลยพินิจรัฐ จ่อร่วมเวิร์กชอปใหญ่
“อาสพลธ์” นำทีม กมธ.ป.ป.ช. เล็งรื้อกฎหมายลดดุลยพินิจรัฐ จ่อร่วมเวิร์กชอปใหญ่ กกร. ดีเดย์ ก.ค. นี้ กู้เชื่อมั่นนักลงทุน วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมกับ 5 หน่วยงานพันธมิตรทั้งภาคเอกชนและภาควิชาการ ภายใต้คณะทำงาน “Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน” นำโดยตัวแทนจากสภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ และสมาคมธนาคารไทย เพื่อผ่าตัดแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใสในหน่วยงานรัฐ

ในที่ประชุม รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะฝ่ายวิชาการของคณะทำงานฯ ได้ชี้แจงรายละเอียดผลการสำรวจความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจัดทำขึ้นตามมาตรฐานของธนาคารโลก (World Bank) ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการ 401 รายทั่วประเทศ
โดยคณะทำงานฯ ย้ำชัดว่า การกางตัวเลขครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวหาหรือโจมตีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการนำ “ประสบการณ์จริง” ของภาคเอกชนมาสะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงระบบอย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอโรดแมป 6 ด้านหลัก รวมถึงการเตรียมจัดกิจกรรม Workshop ร่วมกับภาครัฐ เพื่อ “ปิดสวิตช์การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่” และตัดวงจรการเรียกรับผลประโยชน์
หลังการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในประเด็นผลกระทบของคอร์รัปชันต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นายอาสพลธ์ ได้ขานรับข้อเสนอและสั่งการให้คณะทำงานฯ เร่งจัดส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายลำดับรอง (กฎกระทรวง) พร้อมแนวทางการผลักดัน “กฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส” (Whistleblower Protection) เพื่อให้ กมธ. นำไปขับเคลื่อนในสภาฯ ต่อไป
“การปราบโกงไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ข้อมูลจริงและประสบการณ์จริงจากเอกชนจะช่วยให้เราพัฒนาระบบราชการให้โปร่งใส ลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคลงได้ นอกจากนี้ กมธ.ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะเข้าร่วมกิจกรรม Workshop ใหญ่ของคณะทำงานฯ ที่จะจัดขึ้นภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้แน่นอน เพื่อร่วมกันบูรณาการและสร้างมาตรฐานความโปร่งใส ดึงดูดความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก” นายอาสพลธ์ ระบุ svong-1