พุธ. ก.ค. 1st, 2026

เมื่อราชพัสตราเปิดทาง “ผ้าไทยจากท้องถิ่นสู่เวทีโลก” ทำอย่างไรให้ผ้าไทยไปต่อได้จริง?

ผ้าไทยจากท้องถิ่น

เมื่อราชพัสตราเปิดทาง “ผ้าไทยจากท้องถิ่นสู่เวทีโลก” ทำอย่างไรให้ผ้าไทยไปต่อได้จริง?

 

ความสำเร็จของนิทรรศการภายใต้พระอุปถัมภ์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 พ.ค. ถึง 1 พ.ย.2569 ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไม่เพียงสร้างความภูมิใจให้คนไทยทั้งชาติ แต่ยังกระตุ้นให้เกิดคำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้ผ้าไทยไปต่อได้จริงบนเวทีโลก

 

 

“นิทรรศการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำมรดกหัตถศิลป์ไทย และฉลองพระองค์อันทรงคุณค่าของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง” ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของฝรั่งเศส แต่เป็นการทำให้โลกเห็นว่า ผ้าไทย, งานฝีมือไทย และภูมิปัญญาของช่างไทย สามารถยืนอยู่ในพื้นที่เดียวกับประวัติศาสตร์แฟชั่นระดับโลกได้อย่างสง่างาม”…“เศรษฐา  ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย สะท้อนมุมมองอย่างลุ่มลึกในฐานะที่เป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมผ้าไทยสู่สากลอย่างจริงจัง โดยเน้นยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของช่างทอผ้าทุกชุมชน “เศรษฐา  ทวีสิน” ตั้งคำถามชวนให้ฉุกคิดว่า

“สิ่งที่ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงดำเนินการผ่านนิทรรศการครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอย่างยิ่ง พระองค์ทรงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในมิติของแฟชั่น, ศิลปะ และงานฝีมือ ปรากฏขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมอีกครั้ง เราได้เห็นผ้าไหมไทยอยู่ในบทสนทนาเดียวกับปิแอร์ บัลแมง และเมซงเลอซาจ ได้เห็นว่าผ้าไทยไม่ได้แปลกแยกจากความเป็นสากล  หากแต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของความสง่างามระดับโลกได้ โดยไม่ต้องละทิ้งรากของตนเอง ประตูบานนี้ถูกเปิดแล้ว คำถามต่อไปจึงไม่ใช่ว่า ผ้าไทยมีคุณค่าพอหรือไม่ เพราะนิทรรศการที่ปารีสได้ตอบคำถามนั้นไปแล้ว  คำถามที่สำคัญกว่าคือ เราจะช่วยกันทำให้ผ้าไทยจากชุมชนต่างๆของประเทศไทย เดินทางต่อไปในชีวิตจริงของโลกได้อย่างไร”

 

 

 

ผ้าไทยไม่ได้มีเพียงภาษาเดียว แต่มีหลายถิ่น หลายมือ หลายวิธีคิด ที่บ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร สีครามไม่ใช่แค่สีน้ำเงินสวยๆบนผืนผ้า แต่เป็นความรู้ของคนที่อยู่กับพืช, อยู่กับน้ำ, อยู่กับดิน และอยู่กับเวลา การย้อมครามต้องใช้ประสบการณ์ ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ, การหมักคราม, การดูน้ำย้อม ไปจนถึงการย้อมซ้ำเพื่อให้สีลึกและนิ่ง “ผ้าย้อมครามดอนกอย” จึงมีศักยภาพมากกว่าการเป็นผ้าพื้นเมือง แต่สามารถไปอยู่ในโลกของเสื้อผ้าร่วมสมัย ที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ, ความประณีต และความยั่งยืนได้

 

 

ผ้าไทยจากท้องถิ่น ขณะที่บ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ “ผ้าแพรวา” ไม่ได้เป็นเพียงผ้าคลุมไหล่ หรือเครื่องแต่งกายในโอกาสสำคัญ แต่เป็นความทรงจำ เป็นลายมือของผู้หญิงหลายรุ่น เป็นทั้งความเชื่อ, รสนิยม และอัตลักษณ์ของชุมชน ถ้าถูกนำไปต่อยอดอย่างถูกต้อง ผ้าแพรวาไม่ได้ต้องอยู่แค่ในกรอบของผ้าพื้นถิ่น แต่สามารถไปสู่เสื้อผ้าชั้นสูง, ศิลปะสิ่งทอ และงานออกแบบที่นักสะสมทั่วโลกให้คุณค่าได้ ที่ลำพูน ผ้าไหมยกดอกมีความงามอีกแบบหนึ่ง เป็นความละเมียดที่สงบ, มีระเบียบ และมีมิติ เส้นไหมที่ยกขึ้นเป็นลวดลายทำให้ผืนผ้าดูเหมือนมีสถาปัตยกรรมเล็กๆอยู่บนพื้นผิว “ผ้ายกดอกลำพูน” จึงไม่ควรถูกจำกัดไว้เฉพาะชุดพิธีการเท่านั้น แต่สามารถเชื่อมโยงกับงานออกแบบภายใน, เครื่องเรือน, โรงแรม, ชุดราตรี หรือของใช้ร่วมสมัยที่ต้องการความประณีตได้ svong-1

 

 

 

By svong-1

Related Post