จันทร์. ก.ค. 6th, 2026

เตือนชาวออฟฟิศ! “กระดูกคอเสื่อม” ก้มหน้าเล่นมือถือ-จ้องจอระวังคอพังไม่รู้ตัว

กระดูกคอเสื่อม

เตือนชาวออฟฟิศ! “ กระดูกคอเสื่อม ” ก้มหน้าเล่นมือถือ-จ้องจอระวังคอพังไม่รู้ตัว

อุทาหรณ์วัยทำงาน! ดีเจดาว ณัฐภัสสร แชร์อุทาหรณ์ตื่นมาคอแข็งขยับไม่ได้ จนตรวจพบภาวะกระ ดูกคอเสื่อม ชี้สาเหตุหลักก้มหน้าเล่นมือถือ-จ้องคอมพิวเตอร์นาน เตือนรีบปรับพฤติกรรมด่วนก่อนสาย ถอดบทเรียน “ดีเจดาว” จากออฟฟิศซินโดรมสู่ภาวะ

กลายเป็นประเด็นที่คนบันเทิงและพนักงานออฟฟิศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ ดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร หรือ ดีเจดาว ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ตรงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเตือนภัยเงียบสำหรับชาวออฟฟิศและผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นประจำ โดยดีเจดาวระบุว่า ตนเองตื่นนอนมาแล้วพบอาการคอแข็ง หันซ้ายไม่ได้ ตั้งคอให้ตรงไม่ได้ และมีอาการปวดอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล

จากการเอกซเรย์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พบว่าดีเจดาวมีภาวะข้อ C5-C6 ร่วมกับอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่ามีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือและการนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานเป็นเวลานานติดต่อกันโดยไม่รู้ตัว svong-1

สถิติชี้ชัด “กระดูกคอเสื่อม” ไม่ใช่โรคของผู้สูงอายุอีกต่อไป

ในอดีต  (Cervical Spondylosis) มักถูกมองว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นตามวัย โดยมักพบในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 50-60 ปีขึ้นไปเนื่องจากการเสื่อมสภาพของหมอนรองกระดูกตามกาลเวลา

 

ภาพจาก iStock

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสถิติทางการแพทย์ในปัจจุบันพบสถิติที่น่ากังวลว่า กลุ่มคนวัยทำงานอายุระหว่าง 25-40 ปี มีอัตราการเข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดคอเรื้อรังและกระดูก คอเสื่อมก่อนวัยเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปัจจัยเร่งสำคัญมาจากพฤติกรรม “สังคมก้มหน้า” (Text Neck Syndrome) และสรีระในการทำงานที่ไม่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)

ก้มหน้าเล่นมือถือ-จ้องคอมนาน ปัจจัยเร่งคอเสื่อมก่อนวัย

ทางการแพทย์ระบุว่า ศีรษะของมนุษย์เรามีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.5-5.5 กิโลกรัมในท่าตรงปกติ แต่เมื่อใดก็ตามที่เราเริ่มก้มศีรษะลง แรงกดทับที่กระดูกสันหลังส่วนคอจะเพิ่มขึ้นตามองศาที่เอียงไป ดังนี้

 

  • ก้ม 15 องศา กระดูกคอต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12 กิโลกรัม
  • ก้ม 30 องศา กระดูกคอต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 18 กิโลกรัม
  • ก้ม 60 องศา (ท่าก้มมองจอสมาร์ทโฟนทั่วไป) กระดูกคอต้องรับน้ำหนักสูงสุดถึง 27 กิโลกรัม หรือหนักกว่าปกติถึง 5 เท่า!

การที่ชาวออฟฟิศหรือคนติดจอปล่อยให้กระดูกคอแบกรับน้ำหนักมหาศาลนี้ติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลานานหลายปี จะส่งผลให้หมอนรองกระดูกคอสูญเสียความยืดหยุ่น แห้ง และทรุดตัวลง จนนำไปสู่ภาวะกระดูกคอ เสื่อมในที่สุด ซึ่งดีเจดาวได้เน้นย้ำในโพสต์เตือนใจว่า “ส่วนที่เสื่อมไปแล้วก็คือเสื่อมเลย” สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือการปรับพฤติกรรมเพื่อชะลอการเสื่อมไม่ให้แย่ลงกว่าเดิม

 

เช็กอาการเข้าข่าย “กระดูก คอเสื่อม” ที่ต้องรีบพบแพทย์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเล่นมือถือบ่อยๆ ควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้

 

ภาพจาก iStock

By svong-1

Related Post