จันทร์. ก.ค. 6th, 2026

บ่ายสองตาจะปิด! รวมวิธีแก้ง่วงช่วงบ่ายฉบับชาวออฟฟิศ ปลุกสมองตื่นยันเย็น

บ่ายสองตาจะปิด

บ่ายสองตาจะปิด ! รวมวิธีแก้ง่วงช่วงบ่ายฉบับชาวออฟฟิศ ปลุกสมองตื่นยันเย็น

 

เคยมั้ย? พยักหน้าหงึกๆ ในห้องประชุมไม่ใช่เพราะเห็นด้วยกับหัวหน้า แต่เป็นเพราะกำลัง “สู้ชีวิตกับความง่วง” ขั้นสุดยอด! อาการง่วงนอนช่วงบ่าย (Afternoon Slump) หรือที่หลายคนเรียกว่า “Food Coma” เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ของมนุษย์เราที่จะหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมาในช่วงบ่ายสองถึงบ่ายสี่โมง ประกอบกับมื้อเที่ยงจัดเต็มที่เพิ่งกินไป แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้ให้ความง่วงทำลายประสิทธิภาพการทำงาน วันนี้เราได้รวบรวมวิธีแก้ง่วงฉบับเห็นผลจริงที่ชาวออฟฟิศทำตามได้ทันทีมาฝากกัน

 

1. ปรับ “มื้อเที่ยง” ปิดสวิตช์ความง่วงตั้งแต่ต้นเหตุ

สาเหตุอันดับหนึ่งของอาการง่วงตาจะปิด มาจากสิ่งที่คุณตักเข้าปากตอนเที่ยง หากคุณอัดข้าวแป้งขัดสี ของทอด หรือน้ำหวาน ร่างกายจะหลั่งอินซูลินออกมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและดิ่งฮวบในเวลาต่อมา จนเกิดอาการ Sugar Crash หรือเพลียแดดออฟฟิศนั่นเอง

  • ลดคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว: เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง หรือลดปริมาณเส้นก๋วยเตี๋ยวลง
  • เน้นโปรตีนและไฟเบอร์: เพิ่มอกไก่ ไข่ต้ม ปลา หรือเต้าหู้ในมื้อเที่ยง โปรตีนและไฟเบอร์จากผักจะช่วยให้พลังงานคงที่ ไม่ทำให้ง่วงนอน
  • ระวังน้ำตาลแฝง: ชานมไข่มุก กาแฟโบราณ หรือแม้แต่น้ำสลัดครีมข้นๆ คือตัวการดูดพลังชั้นดี

 

2. เทคนิค “Smart Caffeine” ดื่มกาแฟอย่างไรให้ตื่นจริง

หลายคนง่วงปุ๊บวิ่งไปกดกาแฟปั๊บ แต่รู้ไหมว่าการอัดคาเฟอีนซ้ำๆ ในช่วงบ่ายอาจทำให้วงจรการนอนคืนนี้พัง และทำให้ง่วงหนักกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น

  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มกาแฟแก้วที่สองของวันคือช่วง 13.00 – 14.00 น. (ก่อนที่อาการง่วงจะจู่โจมเต็มที่) และควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหลังบ่ายสองโมงครึ่ง เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับตอนกลางคืน
  • หากไม่อยากพึ่งกาแฟ ลองเปลี่ยนมาดื่ม ชาเขียวร้อน หรือ ชาเพพเพอร์มินต์ กลิ่นหอมสดชื่นของมินต์และการจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ จะช่วยกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัวได้ดีไม่แพ้กัน

 

3. ขยับร่างกาย ไล่ความง่วง

การนั่งจมอยู่กับเก้าอี้และจ้องหน้าจอนานๆ ทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลง สมองได้รับออกซิเจนน้อยลง จึงไม่แปลกที่คุณจะหาวแล้วหาวอีก

 

ภาพจาก iStock

  • ลุกเดิน 5 นาที: เดินไปเข้าห้องน้ำ เดินไปเม้าท์มอยกับเพื่อนร่วมงาน (เรื่องงานนะ!) หรือเดินไปเติมน้ำ
  • ยืดเหยียดข้างโต๊ะทำงาน: หมุนหัวไหล่ ยืดแขนไปข้างหน้า หรือบิดลำตัวซ้าย-ขวา เพื่อกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียน
  • ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น: วิธีเบสิกแต่ได้ผลชงัด น้ำเย็นจัดจะช่วยกระตุ้นเส้นประสาทบนใบหน้าให้ตื่นตัวทันที svong-1

 

4. บำบัดด้วยกลิ่นและแสง (Sensory Stimulation)

บ่ายสองตาจะปิด บางครั้งออฟฟิศที่เปิดไฟสลัวๆ แอร์เย็นฉ่ำ ยิ่งเหมือนเปลไกวให้เราหลับ ลองใช้วิธีหลอกประสาทสัมผัสของร่างกายดูครับ

  • เปิดหน้าต่างรับแสงธรรมชาติ: แสงแดดจะช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน (ฮอร์โมนแห่งการนอน) ทำให้ร่างกายรู้ว่า “นี่ยังไม่ใช่เวลานอนนะ!”
  • ยาดมหรือน้ำมันหอมระเหย: พกกลิ่นส้ม (Citrus) หรือกลิ่นยูคาลิปตัสติดโต๊ะไว้ เมื่อเริ่มง่วงให้หยิบมาสูดดม กลิ่นแนวสดชื่นจะช่วยปลุกสมองให้กะปรี้กะเปร่า

 

5. ตารางเปรียบเทียบ: สิ่งที่ควรทำ VS สิ่งที่ควรเลี่ยง เมื่อเพลียช่วงบ่าย

สิ่งที่ควรทำ (Do) สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’t)
ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วใหญ่
(ภาวะขาดน้ำทำให้สมองล้า)
อัดเครื่องดื่มชูกำลัง
หรือน้ำอัดลม (หวานเกินไป)
เคี้ยวหมากฝรั่งรส มินต์
(การเคี้ยวช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมอง)
นั่งฟุบโต๊ะแบบครึ่งหลับ
ครึ่งตื่นนานเกิน 30 นาที
แอบงีบแบบ Power Nap
15-20 นาทีพอดีๆ
กินขนมขบเคี้ยว
ประเภทเบเกอรี่หรือขนมถุง

6. ลุกไม่ไหว? ลอง “Power Nap” สยบทุกความง่วง

หากลองมาทุกวิธีแล้วเปลือกตายังหนักอึ้งเหมือนมีลูกตุ้มมาถ่วง การฝืนทำงานต่อไปอาจทำให้งานพังได้ ลองขออนุญาตหัวหน้าหรือใช้ช่วงเวลาพัก แอบงีบหลับสั้นๆ หรือที่เรียกว่า Power Nap เป็นเวลา 15 – 20 นาที (ห้ามเกินนี้เด็ดขาด) การงีบหลับในระยะตื้น (Light Sleep) จะช่วยรีเซ็ตสมอง ลดความเหนื่อยล้า และเพิ่มสมาธิในการทำงานได้อย่างมหัศจรรย์ เหมือนได้ชาร์จแบตเตอรี่ก้อนใหม่พร้อมลุยงานจนถึงเวลาเลิกงานอย่างสดชื่น svong-1

 

By svong-1

Related Post