กอทูเล ออกแถลงการณ์ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากรัฐเมียนมา
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. รัฐบาลกอทูเล (Government of Kawthoolei – G.O.K.) ออกแถลงการณ์ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากรัฐเมียนมา พร้อมสถาปนา เป็นรัฐเอกราชใหม่ โดยระบุว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นสิทธิอันชอบธรรมของชนชาวกะเหรี่ยง ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชนสากล โดยประกาศ ณ ฐานที่มั่นแห่งหนึ่งชายแดนไทย-เมียนมา ตรงข้าม ต.หนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก.

แถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ในนามรัฐบาลสาธารณรัฐ ระบุอ้างอิงถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รวมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) โดยชี้ว่าชนชาวกะเหรี่ยงในดินแดนกอทู เล ต้องเผชิญกับการกดขี่ ข่มเหง และการเลือกปฏิบัติในทุกมิติของชีวิตมาอย่างยาวนาน
รัฐบาล ระบุว่า ความขัดแย้งดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1949 หนึ่งปีหลังจากเมียนมาได้รับเอกราชภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และดำเนินต่อเนื่องยาวนานกว่า 77 ปี ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้นโยบายที่ยึดถือแนวคิดความเหนือกว่าทางเชื้อชาติ และนำไปสู่ความรุนแรงในวงกว้าง รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ.

แถลงการณ์ยังระบุว่า สาธารณรัฐกอ ทูเลจะจัดตั้งระบบการปกครองบนหลักประชาธิปไตย เคารพเจตจำนงของประชาชน และยึดหลักนิติรัฐ ขณะที่ระบบเศรษฐกิจของรัฐใหม่จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจตลาดเสรี ปราศจากการผูกขาด และเปิดกว้างต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศ
ในด้านนโยบายต่างประเทศ รัฐบาลกอ ทูเลประกาศยอมรับและเคารพกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างรัฐ พร้อมย้ำถึงความตั้งใจที่จะเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของประชาคมโลก.
นอกจากนี้ รัฐบาลกอ ทูเลได้ออกคำเรียกร้องต่อรัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่ยึดมั่นในสันติภาพ ให้การสนับสนุนทั้งในด้านมนุษยธรรม การทูต และการเมือง รวมถึงการพิจารณาให้การรับรองสถานะของสาธารณรัฐกอทู เล ในเวทีระหว่างประเทศ
สำหรับโครงสร้างการบริหารประเทศ รัฐบาลสาธารณรัฐกอทู เล ประกาศรายชื่อคณะผู้นำชุดแรก ประกอบด้วย พล.อ.เนอดา เมียะ (ซอเนอดา เมียะ บุตรชายนายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดี KNU สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี, ซอ ฮซาร์ เกย์ โป รองประธานาธิบดีคนที่ 1 และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, ซอ เดวิด ทาเคอร์พอว์ รองประธานาธิบดีคนที่ 2 และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการพันธมิตร, ซอ โพว์ ทูเลย์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการศาสนา และ ซอ เดวิด ลอว์ดู รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม.

นักวิเคราะห์ด้านการเมืองระหว่างประเทศมองว่า การประกาศเอกราชของกอทู เล เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองและความขัดแย้งภายในเมียนมา ซึ่งยังคงส่งผลต่อเสถียรภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเด็นสำคัญที่นานาชาติจับตาคือการตอบสนองของรัฐบาลเมียนมา รวมถึงท่าทีของประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศต่อการรับรองรัฐเอกราชใหม่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค และอาจส่งผลต่อทิศทางความขัดแย้งชาติพันธุ์ในเมียนมาในระยะยาว ประกาศอิสรภาพและการสถาปนาสาธารณรัฐกอทู เล รัฐบาลสาธารณรัฐกอ ทูเล.
รายงานข่าวแจ้งว่า ถือเป็นวันประวัติศาสตร์สำคัญของชนชาติกะเหรี่ยง เมื่อมีการประกาศแยกตัวเป็นอิสระ และสถาปนารัฐใหม่อย่างเป็นทางการในนาม “สาธารณรัฐกอ ทูเล (Government of Kawthoolei)” โดยมี นายพล (ซอ) เนอดา เมียะ ดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีคนแรกของรัฐกอ ทูเล พร้อมคณะผู้นำฝ่ายบริหารและการเมือง แนวทางการจัดตั้งรัฐใหม่ของกอ เล ประกอบด้วยนโยบายสำคัญ อาทิ การจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนของชนชาติกะเหรี่ยง การจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก 4 ปี การวางโครงสร้างการปกครองและการบริหารประเทศเป็นลำดับขั้น ระยะสั้น-ระยะกลาง-ระยะยาว ตามความจำเป็นและสถานการณ์ การประกาศอิสรภาพของสาธารณรัฐกอ ทูเล svong-1

