บทเรียนมากพอแล้วจากการตั้งและปลด กุนซือแมนยู ไนเต็ด
ในรอบ 12 ปีที่ทีมมัก “ผิดจังหวะ”

1. ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา Ineos น่าจะมี ‘บทเรียน’ เรื่องการ ‘แต่งตั้ง’ และ ‘ปลดออก’ ของผู้จัดการทีมปีศาจแดงมากเกินพอแล้วนะครับพวกเขาไม่ควรทะลึ่งไปยืดสัญญากับ เอริค เทน ฮาก เหมือนปูนบำเหน็จให้ หลังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 2024 แล้วสุดท้ายก็ต้องแยกทางกันอยู่ดีนั่นแหละ เช่นเดียวกับควรให้ รุด ฟาน นิสเตลรอย รักษาการแทนไปจนจบฤดูกาล 2024/25 เพื่อที่จะใช้เวลาระหว่างนั้นพิจารณาและคัดเลือกผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างพิถีพิถันมากที่สุดในรอบ 12 ปีที่ผ่าน เคยสังเกตไหมครับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะ ‘ผิดจังหวะ’ เรื่องผู้จัดการทีมมาตลอด
2. ตอน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ ก็ไม่มีกุนซือระดับอ๋องคนใดที่พร้อมเข้ามาเป็นทายาทอสูรสักคนจนต้องเลือกกุนซือที่มือไม่ถึงและบารมีไม่บรมพออย่าง เดวิด มอยส์ มาคุมทีมจังหวะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังว่างงาน ตอนนั้นก็ยังไม่มีเหตุผลให้ไล่ หลุยส์ ฟาน กัล ออกจากตำแหน่ง แถมตอนไปทาบทาม ไอ้เอ๊ด วู๊ดเวิร์ด แม่งเสือกแสดงวิสัยทัศน์โง่ๆ เรื่อง แมนฯ ยูไนเต็ด คือสวนสนุกดิสนี่ย์แลนด์ กับกุนซือตะโปดเหล็กอีก หลังปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ออกจากตำแหน่ง แล้วให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มารักษาการในโรงพยาบาลบ้าหลังคาสีแดง พอเห็นผลงานไฉไลก็เลยรีบร้อนมอบสัญญาถาวรให้น้าลูกอม…ซะอย่างนั้นเห็นไหมครับว่ามันผิดจังหวะมาตลอด svong-1
3. ในเมื่อเพียบไปด้วย ‘บทเรียน’ รวมถึงมีประวัติสโมสรให้ศึกษา Ineos จึงไม่จำเป็นต้องงุ่นง่านพลางไตร่ตรองให้ละเอียด และถี่ถ้วนที่สุด ก่อนจะตัดสินใจมอบตำแหน่งผู้จัดการทีมปีศาจแดงแบบถาวรให้ใครที่สำคัญคือผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสร และทีมงานควรกำหนดแนวทางการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ชัดเจนไปเลย แล้วเอาผู้จัดการทีมที่ตรงตามแนวทางที่ตัวเองอยากให้เป็น และมีความสมพงษ์กับสโมสรแห่งนี้ที่สุดมาคุม พร้อมเวลาในการสร้างทีมระยะยาวตามนโนบายใหม่อย่าลืมนะครับว่าแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัยของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาจากผู้จัดการทีมเพียงแค่ 3 คน ตัดคนแรกอย่าง เออร์เนสต์ มังนัล ออกไป ก็จะเห็นว่าอีก 2 คนจัดเป็นกุนซือสปีชี่เดียวกันอย่าง เซอร์ แมตต์ บัสบี้ และเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันโลกเปลี่ยน ฟุตบอลเปลี่ยน ไม่ควรยึดติด เข้าใจ แต่รากเหง้า มันก็คือรากเหง้านั่นแหละ อส.เรียนตามตรงว่าผมยังมองไม่ออกเลยว่าคนนั้นจะเป็นใคร แถมไอ้ที่อยู่ในบัญชีตัวเต็งก็ไม่ค่อยโดนใจสักเท่าไหร่
4. หลังบรรจงถีบ รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งสมใจเด็กผีทุกหมู่เหล่า อย่างที่ทราบกันดีว่าเบื้องต้น ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ จะสวมบทผู้จัดการทีมแบบชั่วคราวไปก่อนด้วยไม่มีดีกรีระดับ ‘โปร-ไลเซ่นส์’ อดีตลูกกรอกคะนองสายพันธุ์ตาร์ต้นผู้นี้สามารถคุมทีมชุดใหญ่ได้เพียง 12 สัปดาห์เท่านั้นรายงานข่าว (เชื่อถือได้) มาแรงมากว่า…อดีตพ่อใหญ่ แห่ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทั้งพร้อม และเสนอตัวเข้ามารับภารกิจนี้มิหนำยังมีการวิเคราะห์กันว่า…ไม่น่าพลาดเสียด้วย !!!
5. กุนซือแมนยู ผมไม่ค่อยเห็นชอบด้วยนะครับ ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไปดีกว่า เดี๋ยวมันจะเกิดการอาลัยอาวรณ์กันขึ้นมาอีก แต่คิดไปคิดมา เอาอีน้าแกกลับมาก็ดราม่าดีเหมือนกันให้รักษาการแทนไปก่อนจนจบฤดูกาล บอร์ดบริหารมันคงไม่โง่แล้วมั้ง 55555ว่าแล้วขออนุญาตทิ้งท้ายด้วยเรื่องคุณสมบัติของกุนซือปีศาจแดงอย่างถาวรคนใหม่ในมุมมองของกู เอ๊ย! ของผมคนเดียว
- อายุไม่น้อยเกินไป และไม่ควรต่ำกว่า 45 ขวบ
- เคยประสบความสำเร็จ หรือเคยเป็นแชมป์รายการใหญ่ๆ มาก่อน
- ทำทีมเน้นเกมรุก และไม่ปอดแหก
- ไม่ควรเป็นคนอังกฤษ, ฮอลแลนด์ และโปรตุเกส
- รักเด็ก
- ไม่จัดอยู่ในประเภทผู้จัดการทีมรับจ้างทั่วไป
- มีความเป็นโรคจิตนิดๆ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
- มีใครพอจะเข้าสเป็คบ้างไหม
