อังคาร. มี.ค. 10th, 2026

ถอดรหัส พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงเจดีย์

พระสมเด็จวัดระฆัง

ถอดรหัส พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงเจดีย์

 

ในบรรดาพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงมาตรฐาน ทั้ง 5 พิมพ์ทรง ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อันประกอบไปด้วย พิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงเกศบัวตูม พิมพ์ทรงฐานแซม และพิม์ทรงปรกโพธิ์ นั้น ถ้าไม่นับ พิมพ์ทรงใหญ่ที่ถือว่ามีคุณค่านิยมและมูลค่าเช่าหาสูงสุดแล้ว อาจพูดได้ว่า พิมพ์ทรงเจดีย์นั้นถือว่าได้รับความนิยมระดับที่ใกล้เคียงกัน และมักจะพบเจอได้ยากกว่า พิมพ์ทรงใหญ่ ด้วยความที่น่าจะมีการสร้างออกมาในปริมาณที่น้อยกว่ามาก

ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯ อาจารย์วิชัย อุทัยสุทธิวิจิตร (ลิ้ม กรุงไทย) ได้กล่าวถึงลักษณะพิมพ์ทรงของ พิมพ์ทรงเจดีย์ไว้ในหนังสือ “อนุสรณ์ ครบ 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” ไว้ว่า “ลักษณะรูปทรงล่ำสันต้อกว่าพิมพ์ใหญ่เล็กน้อย พระพักต์กลม อกผายนูน ชั้นฐานมีความประสานกลมกลืนและลดหลั่นกันอย่างมีจังหวะ นั่งสมาธิในลักษณะคล้ายพระพุทธรูปเชียงแสน เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านคงจะได้สร้างสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์ ให้มีสาทิศลักษณะของพระแก้วมรกตในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)”

ตรียัมปวาย ได้อธิบายถึงลักษณะของ พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงเจดีย์ ไว้ในหนังสือปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มที่ 1 ว่า “เป็นพิมพ์ทรงที่มีความงดงามยิ่งในลักษณะสัมพันธ์ของเส้นวงนอก และการเน้นส่วนโค้งนูน และความลึก อย่างจัดที่สุด ในด้านความสัมพันธ์ของเส้นวงนอกนั้น คือ จากยอดพระเกตุลงมาจดมุมฐานชั้นล่างทั้งสองด้าน จะได้ลักษณะ ทรงเจดีย์ หรือ ทรงกรวย แนวสมมติที่เรียกว่า “เส้นวงนอก” นี้ สมมติว่าถ้ากำหนดเอาจุดยอดพระเกตุเป็นดุม และขึงเส้นด้ายลงมายังมุมหัวฐานชั้นล่างทั้งสองดังกล่าว แล้วหย่อนด้ายเสียเล็กน้อย จะเห็นว่าเกือบจะไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดขององค์พระปฏิมาและพระอาสนะที่จะยื่นล้ำแนวเส้นด้ายหย่อนสมมตินี้ออกมาเลย ด้วยเหตุนี้จึงได้นามว่า “พิมพ์ทรงเจดีย์” ส่วนในด้านความโค้งนูนและลึกนั้น คือเค้าอิทธิพลที่ได้รับจากพุทธศิลป์สกุลช่างเชียงแสนอย่างชัดเจน ซึ่งมีลักษณะในด้านความอวบสมบูรณ์ของพระองคาพยพเป็นยอดเยี่ยม อีกประการหนึ่งของลักษณะอันเด่น คือ การเน้นสัดส่วนต่างอย่างคมชัดยิ่งนัก”

(ลักษณะของพุทธศิลป์ของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงมาตรฐาน ที่ออกแบบโดยช่างทองหลวงทั้ง 5 พิมพ์ทรงนั้น ตรียัมปวาย ได้จัดให้อยู่ในกลุ่มของ พุทธศิลป์ปราณีต ถอดเค้าจากพุทธศิลป์โบราณชั้นคลาสสิก คือพุทธศิลป์สกุลช่างสุโขทัย เชียงแสน และอู่ทอง พิมพ์ทรงที่ได้รับอิทธิพล ได้แก่ พิมพ์ทรงพระประธาน (พิมพ์ใหญ่) พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงเกตุบัวตูม และพิมพ์ทรงปรกโพธิ์)

 

 

องค์พระแก้วมรกต หรือ “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นต้นแบบในการออกแบบ พิมพ์ทรงเจดีย์นั้น เมื่อคราวที่ได้มีการอัญเชิญมาประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสนาดา ในพระบรมมหาราชวังนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเครื่องทรงถวายสำหรับฤดูร้อนและฤดูฝน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนเครื่องทรงตามฤดูกาล ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาวถวายเพิ่มขึ้นอีก โดยที่ เครื่องทรงสำหรับฤดูร้อน เป็นเครื่องต้นอย่างพระมหากษัตริย์ ทำด้วยทองคำลงยา ประดับเพชรและมณีต่าง ๆ มงกุฎที่ทรงเป็นเทริด ยอดประดับเพชรเม็ดใหญ่ เครื่องทรงสำหรับฤดูฝน ทรงอย่างห่มดอง ใช้ทองคำทำเป็นกาบจำหลักลายทรงข้าวบิณฑ์ ประดับมณีต่าง ๆ ลักษณะเหมือนผ้าทรงอย่างห่มดอง พระศกศิราภรณ์ (เครื่องประดับศีรษะที่ใช้สวมใส่ในโขน ละคร หรือเจ้านายฝ่ายในสมัยโบราณ พัฒนามาจากการเกล้าผมสูงแล้วใช้ดอกไม้รัดรอบ ก่อนเปลี่ยนเป็นโลหะมีค่า ตัวอย่างเช่น พระชฎา พระมงกุฏ พระเกี้ยว) ทำด้วยทองคำลงยาสีน้ำเงินแก่ ปลายพระเกศาที่เวียนเป็นทักษิณาวรรตประดับด้วยมณีเม็ดย่อม ๆ ทั่วไป พระรัศมีลงยา เครื่องทรงสำหรับฤดูหนาว ประกอบด้วย ผ้าคลุมทองคำลงยาลายดอกชิงดวงฝังทับทิม กลีบดอกประกอบจากโกเมน กลางดอกฝังพลอย ชายผ้าคลุมเป็นลายดอกลงยาประดับด้วยมรกตและบุษราคัม ริมขอบด้านนอกฝังเพชร

ครูอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯหลายท่านในอดีตได้ตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะของตำหนิพิมพ์ทรงของ พิมพ์ทรงเจดีย์ไว้หลายประการ โดย “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เห็นว่ามีอยู่บางประการที่น่าจะมีความสัมพันธ์กับ “เครื่องทรง” ขององค์พระแก้วมรกต โดยสันนิษฐานว่าขณะแกะแม่พิมพ์ ช่างผู้แกะได้ใช้ต้นแบบที่เป็นองค์พระแก้วมรกตขณะที่มีการ ทรงเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน ที่เป็นลักษณะของการห่มดอง และมีพระมงกุฏที่มียอดเป็นลักษณะคล้ายรัศมี ครอบพระเศียร โดยที่ฐานของพระมงกุฏประกอบด้วยเม็ดพระศกจำนวนมาก และมีมวยพระศกครอบเป็นวงกลมอยู่ด้านบน โดยขออนุญาตนำเสนอถึงแนวคิดเกี่ยวกับตำหนิพิมพ์ทรงดังกล่าวดังต่อไปนี้

ประการแรก การที่ “พระเศียร”  พิมพ์ทรงเจดีย์ มักมีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบสัดส่วนกับลำพระองค์ น่าจะเกิดจากการที่ช่างผู้ออกแบบได้แกะรวมเอาพระศกศิราภรณ์ที่ครอบพระเศียรขององค์พระเข้าไปด้วย ทำให้ดูมีลักษณะเหมือนพระเศียรใหญ่เกินจริง ประการที่สอง บริเวณช่วงกลางของพระเกศ  พิมพ์ทรงเจดีย์ มักมีรอยหยักคล้ายพวงมาลัยครอบพระเกศ น่าจะเกิดจากการที่ พระศกศิราภรณ์ ที่ครอบพระเศียรส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเทริด พระมงกุฏ หรือ พระแก้ว มักจะมีลักษณะคล้ายพวงมาลัย svong-1

ครอบไว้ตรงกลาง บางแบบมีให้เห็นหนึ่งพวง บางแบบมีหลายพวงโดยมีขนาดลดหลั่นกันไป (อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บอกว่า  บางพิมพ์นั้น ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีพวงมาลัยครอบพระเกศให้เห็นถึงสามพวง) จะเห็นได้ว่ายอดของพระศกศิราภรณ์ ของพระแก้วมรกตนั้น มีลักษณะเป็นพระรัศมีที่มีการป่องใกล้เคียงตรงกลางเช่นกัน การที่ช่างออกแบบให้พระเกศมีลักษณะเป็นรอยหยักนี้ น่าจะแสดงให้เห็นว่า เส้นพระเกศนี้หมายถึงส่วนยอดของพระศกศิราภรณ์ ที่ครอบลงบนพระเศียรองค์พระพุทธรูป (พระศกศิราภรณ์ ของพระพุทธรูปสำคัญที่สร้างมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลที่ได้อัญเชิญมาประดิษฐานในวัดสำคัญต่างๆในกรุงเทพฯนั้นมีอยู่หลากหลายรูปแบบเช่นกัน)

ประการที่สาม พิมพ์ทรงเจดีย์นั้น มักจะเห็นแนวเส้นสังฆาฏิสองเส้นพาดลงมาจากพระอังสา (บ่า) ซ้ายองค์พระทอดยาวลงมาเกือบถึงพระกร (ท่อนแขน) ด้านล่าง และจะเห็นเส้นขอบจีวรช้อนขึ้นไป ใต้พระกัจฉะ (รักแร้) ด้านขวามือองค์พระ ซึ่งลักษณะเหล่านี้มีความสอดคล้องกับลักษณะของการห่มดอง ในเครื่องทรงฤดูฝนของพระแก้วมรกตเช่นกัน

บทส่งท้าย

การออกแบบพุทธศิลป์พิมพ์ทรงในองค์พระสมเด็จฯของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตนั้น เป็นการผสมผสานกันระหว่างเชิงช่างของศิลปินผู้ออกแบบและแกะแม่พิมพ์ที่รับถ่ายทอดคติการสร้างมาจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ลักษณะของพุทธศิลป์พิมพ์ทรงบางอย่างยังสามารถสะท้อนถึงต้นกำเนิดที่ใช้ในการออกแบบพระสมเด็จฯได้ด้วยเช่นกัน การศึกษาถึงเรื่องพุทธศิลป์พิมพ์ทรงในเชิงลึก น่าจะทำให้เข้าใจและเข้าถึงพระสมเด็จฯแท้ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วยองค์ความรู้ของ นิรนาม แห่งนิตยสาร พรีเชียส ของผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่ได้อธิบายความแตกต่างระหว่าง พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์ทรงพระประธาน)  พิมพ์ทรงเจดีย์ ไว้อย่างน่าสนใจ (นิรนามได้แบ่งพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงเจดีย์ไว้เป็น 5 พิมพ์ทรง โดยพระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์องค์โด่งดัง คือองค์ “เจ๊แจ๋ว” ถือว่าอยู่ในกลุ่มพิมพ์ทรงที่ 2) svong-1

 

By svong-1

Related Post