เจาะลึกเสียงโซเชียล 5 สิ่งที่คนไทยกังวลต่อสถานการณ์ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังเหตุการณ์สหรัฐฯ และอิสราเอล โจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาล่าสุดผลสำรวจจาก RealWatch Lab ชี้ให้เห็นว่าคนไทยกำลังจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดไม่น้อย โดยความกังวลที่มีสูงถึง 68% คือ ประเด็นจุดยืนทางการเมืองระหว่างประเทศ และวิกฤตพลังงาน
เปิด 5 อันดับความกังวล “สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน” ของคนไทย
จากการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลกว่า 34,000 ข้อความบนโลกโซเชียลตลอด 10 วันที่ผ่านมา RealWatch Lab พบว่าสิ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุดไม่ใช่แค่เรื่อง “น้ำมัน” แต่คือ “จุดยืน”โดยอันดับหนึ่ง คือ จุดยืนต่างประเทศ มีมากถึง 37% ซึ่งชาวเน็ตเสียงแตกแต่ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า “ไทยต้องวางตัวเป็นกลาง” เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งของมหาอำนาจ
รองมายังคงหนีไม่พ้นวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ 31% โดยคนไทยหวั่นราคาน้ำมันโลกฉุดเศรษฐกิจไทยพังและดันเงินเฟ้อพุ่งสูงนอกจากนี้ ความมั่นคงและสงครามขยายวง ยังอยู่ในอันดับที่ 3 ที่ 24% โดยหลายคนเริ่มตั้งคำถามถึง “สงครามโลกครั้งที่ 3” และผลกระทบด้านความปลอดภัยในไทย ส่วนอันดับ 4-5 คือ เรื่องของสงครามข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ถึง 5% โดยคนไทยกำลังตระหนกถึงความระแวงต่อ Fake News และการบิดเบือนข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย รวมทั้งชะตากรรมแรงงานไทยอีก 3% ที่ความห่วงใยต่อพี่น้องคนไทยที่ยังติดอยู่ในพื้นที่สู้รบ

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังได้วิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กับเศรษฐกิจไทย ออกเป็น “2 ฉากทัศน์ที่น่ากังวล” โดยข้อมูลจากธนาคารโลก และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า หากสงครามยืดเยื้อ และมีการปิด “ช่องแคบฮอร์มุช” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสายเลือดใหญ่ของโลก จะส่งผลกระทบต่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยสถานการณ์แรก หากเกิดสงครามสั้นแต่กระจายตัว ซึ่งถ้าเหตุการณ์นั้นจบได้ภายใน 1 เดือน ราคาน้ำมันอาจอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์/บาร์เรล ฉุด GDP ไทยปี 2569 ลดลงเหลือ 1.6%
และที่น่ากังวลที่สุดหากสงครามยืดเยื้อและรุนแรง และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุช ราคาน้ำมันอาจทะยานสูงถึง 115-125 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เพียง 1.3% เท่านั้น (จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2%)
ความท้าทายที่คนไทยต้องเผชิญสถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นบททดสอบด้านการทูตของรัฐบาลไทยในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของโครงสร้างพลังงานและค่าครองชีพของประชาชนอีกด้วย
ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากชาวเน็ตที่ต้องการความสงบและการวางตัวที่เหมาะสม คำถามสำคัญคือประเทศไทยเตรียมพร้อมรับมือกับ “โดมิโนทางเศรษฐกิจ” ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ดีพอหรือยัง ข้อมูล: เรียลวอทช์ แล็บ (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) svong-1