War สงคราม

War สงคราม หนังสงครามน่าดู 2021 ขึ้นชื่อว่า หนังสงคราม แล้วล่ะก็เชื่อว่าคนไม่ใช่น้อยคงชอบหนังแนวนี้ เนื่องจากว่าอีกทั้งเนื้อเรื่องที่ดุเดือดเลือดพล่าน ไหนจะฉากบู๊ผลาญสุดสนุกอีก วันนี้เราเลยจะมา แนะนำ หนัง War สงคราม ให้ได้เก็บไว้เป็นลิสเอาไว้มองแก้เบื่อ ที่มีทั้งยัง หนังสงครามเกาหลี, หนังสงครามจีน หรือ หนังสงครามโลกล่าสุด เรียกว่ามีให้มองกันตาเฉอะแฉะกันไปเลย กับ 20 หนังสงครามน่าดู 2021..แอ็คชั่นเริ่ด บู๊กึกก้องหน้าจอ

War สงคราม

1. Saving Private Ryan

Saving Private Ryan ชื่อไทย “เซฟวิ่ง พนาลัยเวท ไรอัน ฝ่าสนามรบแดนนรก” ถ้าไม่มีรายชื่อของหนังหัวข้อนี้ติดอยู่ใน หนังสงคราม ที่เหมาะสมที่สุดคงพลาดไปแน่นอนแม้ว่าหัวข้อนี้ฉายเมื่อปี 1998 แม้กระนั้นถ้าเกิดนำกลับมามองใหม่ก็ยังคงความสนุกสนานอยู่ เรียกว่าไม่เสียชื่อเสียงยี่ห้อ ผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก แถมเรื่องนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และก็มีความขาดความกรุณาปรานีที่สุดในบรรดาหนังแนวนี้ของฮอลลีวู้ดอีกด้วย เนื่องจากใช้ครอบครัวของ “ไรอัน” 3 ทหารกล้า เป็นตัวดำเนินเรื่องกับภาคกิจทางการทหาร ที่ทำเช่นไรถึงจะรอดตายกลับมา ทำเอาลุ้นกันกระทั่งจบเลยทีเดียว

เรื่องย่อ

เรื่องเริ่มต้นขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ทำให้ทหารญาติพี่น้องจากตระกูล ไรอัน จำต้องเสียชีวิตลงจากการศึกครั้งนี้ เหลือเพียงแค่ลูกชายคนเล็กของเครือญาติ อย่าง “เจมส์ ไรอัน” (แม็ตต์ เดมอน) ที่เป็นเพียงแต่คนรอดตายคนดียว จากนั้นกองทัพสหรัฐอเมริกา ได้มอบหมายให้ “จอห์น ไม่ลเลอร์” (ทอม แฮงค์ส) ในการทำภาคธุระสำคัญด้วยการนำ “เจมส์ ไรอัน” กลับไปอยู่บ้านโดยสวัสดิภาพ

2. PEARL HARBOR

PEARL HARBOR ชื่อไทย “การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์” นับว่าเป็น หนังสงครามโลก อีกหนึ่งเรื่องที่อยู่ในใจคนประเทศไทยหลายต่อผู้คนจำนวนมาก เพราะว่านอกเหนือจากจะประทับใจเรื่องราวความรักของ 2 นายทหารเพื่อนสนิทกับพยาบาลสาวแล้ว ยังจับใจกับโปรดักชั่นที่เรียกว่าเป็นหนังฟอร์มยักษ์ใน[br][br]หนัง ภาพยนตร์ Hacksaw Ridge – วีรบุรุษสมรภูมิปาฏิหาริย์ ค.ศ. 2016 (พุทธศักราช 2559)

ผลงานการกำกับชั้นเลิศของ Mel Gibson แสดงนำโดย Andrew Garfield

นี่เป็นหนังที่ปรับเปลี่ยนมาจากความจริงที่เกิดขึ้นในตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 กับเรื่องราวของ Desmond T. Doss ชายผู้รักสงบ สงบ ไม่นิยมความรุนแรง แต่ว่าโดนบังคับให้ร่วมรบในการทำศึก เขาก็เลยตกลงใจทิ้งปืนไม่ยิงคนเลือกที่จะทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้คนในสนามรบ จนถึงเปลี่ยนเป็นตำนานกล่าวขาน ที่ช่วยเหลือเหล่าเพื่อนฝูงทหารหาญกว่า 70-80 ชีวิตโดยไม่ยิงปืนสักนัดหมาย จนได้รับเหรียญกล้าหาญถูกโจษขานถึงวีรกรรมอันอาจหาญมาจนถึงทุกวันนี้[br][br]ความยอดเยี่ยมของหนังไม่ใช่แค่ชักชวนทึ่งในเรื่องของความกล้าหาญการเกื้อกูลสหายทหารแค่นั้น แต่หนังมีความครบรสมาก หนังความยาวเกือบ 2 ชั่วโมง ครึ่ง ที่ปราศจากความน่าระอาแม้แต่จุดเดียว หนังมีความครบรสมาก ครึ่งแรกตามติดชีวิตของ Desmond ตั้งแต่เด็ก พาไปรู้เรื่องความรู้สึกของตัวละคร พาให้ไปผูกพัน รับรู้เรื่องราวความรัก พอมาช่วงหลังดราม่าจัดๆการศึกอย่างมากถ่วง เผชิญวีรกรรมอันน่าทึ่ง เป็นหนังที่ครบรสจริงๆ

ซึ่งความยอดเยี่ยมของมันส่งให้ตัวหนังเอารางวัลออสการ์ 2 สาขา จากการเข้าชิงทั้งหมด 6 สาขา รวมทั้งเข้าชิงลูกโลกทองคำอีก 3 สาขา แม้กระนั้นน่าเสียดายที่ไม่อาจจะคว้าไปได้

หนัง ภาพยนตร์ 1917 ค.ศ. 2019 (พุทธศักราช 2562)

ผลงานจากผู้กำกับอย่าง Sam Mendes กับการยกฐานะหนังสงครามเข้าไปอีกขั้นด้วยเหตุว่ามันเป็นการนำเสนอแบบถ่ายยาว Long-Take ตลอดทั้งเรื่อง! (เอาจริงเอาจังๆก็มีการตัดต่อล่ะ)

ผลิตขึ้นจากคำกล่าวของนายทหารที่มีตัวตนจริงๆที่ชื่อว่า Alfred H. Mendes หรือคุณปู่ของ Sam Mendes นั่นแหละ ที่บอกชีวิตตนเองในตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 กับเรื่องราวของนายทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับภารกิจให้ไปส่งจดหมายให้แนวหน้าถอยหยุดการโจมตีให้ทัน ด้วยเหตุว่าพวกเขากำลังจะเดินไปติดกับดักของพวกเยอรมัน

แม้มันจะเป็นหนังสงครามแต่หนังมันก็มิได้เน้นย้ำการรบ ฉากรบ ระเบิดตู้มต้าม ฝ่าป่าลูกกระสุนปืนอะไรอย่างงั้น แม้กระนั้นมันก็มีความลุ้นความระทึกใจในแบบของมัน กับการเอาตัวรอดของตัวเอกในสถานการณ์ต่างๆมากกว่า กลางทางเรายังได้เห็นผลกระทบของการทำศึกอยู่ตลอด เสมือนหนังกำลังพาเราทัวร์การรบยังไงยังงั้น และความยอดเยี่ยมในหัวข้อนี้ส่งให้เอารางวัลออสการ์ 3 สาขาจากการเข้าชิงทั้งสิ้น 10 สาขา แล้วก็ยังคว้า 2 ลูกโลกทองคำจากการเข้าชิงทั้งผอง 3 สาขา

หนัง ภาพยนตร์ Jarhead – พลระห่ำสงครามแดนนรก ค.ศ. 2005 (พุทธศักราช 2548)

พลทหารหัวขวด ผลงานการสู้รบก่อน 1917 กับการดูแลของ Sam Mendes แสดงนำโดย Jake Gyllenhaal ตัวหนังสร้างจากความจริงที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านหนังสือที่เขียนโดยบุคคลที่อยู่ในสถานะการณ์จริง Anthony Swofford กับเรื่องราวการตามติดชีวิตทหารเกณฑ์ กับหนแรกที่ถูกส่งตัวไปยังทะเลทรายซาอุดิอาระเบีย เพื่อฝึกจัดแจงเข้ารบในการทำศึกอ่าวเปอร์เซีย

ถึงแม้ว่าจะชื่อแปลไทยว่า พลระห่ำ การสู้รบนรก ให้ชักชวนคิดไปว่ามันเป็นหนังบู๊ล้างผลาญ ระเบิดตู้มตาม เสียใจด้วย เพราะหนังประเด็นนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมา มันคือหนังดราม่าตามติดชีวิตทหารคนหนึ่งกับสิ่งที่เขาจำต้องพบเจอ ทั้งยังการรับน้องใหม่ การต่อสู้กับความน่าเบื่อ พนัน มิตรภาพ ฝึกฝนยิง ฝึกนู่นนี่นั่น และก็ช่วยเหลือตัวเอง ง่ายๆคือเล่าชีวิตประจำวันต่างๆในกองทัพ ผ่านมุมมองของเขา แต่หาได้ปลิดชีพศัตรูจริงๆสักคน กล่าวได้ว่าทั้งเรื่องเกือบจะมิได้เห็นลูกกระสุนยิงออกจากปืนเลยด้วยซ้ำ

หนังพาให้เรามองเห็นอีกประเด็นของการทำศึก ตรวจสอบจิตใจของพลทหาร แล้วก็ให้มองเห็นถึงชีวิต พร้อมๆกับตั้งข้อซักถามง่ายๆว่า พวกเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ด้วยเหตุว่ามันอย่างกับว่าสิ่งที่เขาถูกปลูกฝังมาตั้งแต่วันแรกที่เข้าร่วมกองทัพ พวกเขาไม่เคยได้รับเลยแม้แต่น้อย

หนัง ภาพยนตร์ Full Metal Jacket – เกิดเพื่อฆ่า ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530)

สำเร็จหน้าที่การงานดูแลรวมทั้งเขียนบทของยอดผู้กำกับชั้นครูระดับตำนานผู้ล่วงลับ Stanley Kubrick ที่หนังแต่ละเรื่องของเขาพูดได้ว่าขึ้นหิ้งเลยทีเดียว ทำหนังมาหมดทุกแนวแล้ว แล้วก็นี่คือคราวที่เขามาทำหนังสงคราม[br]หนังความยาวแทบ 2 ชั่วโมงเรื่องนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 พาร์ทใหญ่ๆอย่างชัดเจน โดยในพาร์ทแรกบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในค่ายทหาร ที่พาพวกเราไปรู้จักเหล่านักแสดงกับการฝึกฝนสุดชั่วร้าย แล้วก็พาร์ทข้างหลังเล่าถึงในสนามรบการทำศึกเวียดนาม

นี่เป็นหนังสงครามที่มิได้ชื่นชมเกียรติความกล้าหาญชาญชัย มิตรภาพ หรือซาบซึ้งใจ แต่มันสะท้อนแง่ลบของการศึกออกมาในหลายๆแง่ ตั้งแต่การฝึกหัดว่าจริงหรอที่มันคือการฝึกฝนความปรองดอง จริงหรอการตะเบ็งตะเบ็งดุด่าจะมีผลให้มีวินัย นี่เป็นหนังสงครามที่เสียดสีหนังสงครามคุ้นเคยอย่างดีเยี่ยม และย้ำให้เห็นกันชัดๆว่าเมื่อขึ้นชื่อว่าการรบ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี มีแต่ว่าคำว่าสูญเสีย ตัวหนังเข้าชิง 1 ออสการ์ และเข้าชิง 1 ลูกโลกทองคำกับสาขา

หนัง ภาพยนตร์ The Thin Red Line – ฝ่าแดนนรกยึดเส้นตาย ค.ศ. 1998 (พุทธศักราช 2541)

ผลงานการดูแลแล้วก็เขียนบทของ Terrence Malick แสดงโดยศิลปินหลากหลาย ซึ่งในเรื่องนี้ไม่มีใครเป็นตัวเอก บทถูกเฉลี่ยนรวมทั้งบอกเล่าผ่านหลายตัวละคร หนังความยาวเกือบจะ 3 ชั่วโมง บอกเล่าเรื่องราวที่บอกเล่าถึงกองร้อยชาลี ที่ถูกส่งไปยังเกาะแห่งหนึ่งที่มหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีภารกิจให้ยึดรวมทั้งทำลายฐานปฏิบัติการของญีุ่่ปุ่น

เพื่อสะกัดกั้นการเคลื่อนทัพของกองกองทัพญี่ปุ่น แต่มันไม่ได้ง่ายแบบงั้นเลย ด้วยเหตุว่ากองร้อยชาลีต่างเสียแรงพลไปๆมาๆกมาย นายทหารชั้นผู้ใหญ่ก็กดดันพากเพียรบีบให้ยึดป้อมปราการให้ได้ไม่ว่าจะเสียทหารไปกี่นายก็ตาม เกิดปริศนา ปัญหา ความไม่ถูกกันจำนวนมาก แล้วก็เมื่อยึดเสร็จมันกลับไม่ได้น่าปลื้มอย่างที่พวกเขาคิด สิ่งตรงหน้ามันเป็นอย่างไรกันแน่ ที่เราทำกันอยู่นี้เป็นยังไง การศึกล้วนมีแต่ว่าความไร้มนุษยธรรม ไม่เพียงแต่ภายนอก มันยังส่งผลถึงจิตใจอย่างรุนแรง ความยอดเยี่ยมของมันส่งให้มันเข้าชิงรางวัลออสการ์สูงถึง 7 สาขา แต่โชคร้ายที่ทำเป็นเพียงแค่เข้าชิง

หนัง ภาพยนตร์ The Hurt Locker – หน่วยระห่ำ ปลดล็อกระเบิดโลก คริสต์ศักราช 2008 (พ.ศ. 2551)

นี่เป็นผลงานการกำกับของ Kathryn Bigelow และได้ Mark Boal อดีตกาลผู้รายงานข่าวในการสู้รบอิรักมาเขียนบทให้ นี่เป็นการโคจรมาพบกันทีแรกของ Anthony Mackie กับ Jeremy Renner ก่อนที่ทั้งสองจะไปพบกันในจักรวาล MCU ในฐานะ Falcon รวมทั้ง Hawkeye กับเรื่องราวที่บอกเกี่ยวกับทหารหน่วย EOD หรือหน่วยกู้ระเบิดในการศึกอิรักที่ประจำการอยู่ตรงนั้น ซึ่งทีมนี้ได้สูญเสียหัวหน้าไปจากอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง จึงทำให้ทีมควรจะมีหัวหน้าใหม่ แม้กระนั้นเขากลับชอบทำงานคนเดียว บ้าระห่ำ ถูกใจเสี่ยง ไม่ใช่แค่ตนเอง แม้กระนั้นเขากลับทำทำให้ทีมต้องเสี่ยงใจหายใจคว่ำตั้งแต่ภารกิจแรกเลยทีเดียว กล่าวได้ว่าเขาเป็นชายผู้เสพติดการเสี่ยงอย่างแท้จริง แต่เขาคือไม่กี่ผู้ที่กล้าแบกรับความเสี่ยงขนาดนั้น แล้วก็เขาคือผู้พนันด้วยชีวิต

นี่เป็นหนังที่โคตรลุ้น ดูแล้วใจเต้นตุ้บๆทุกฉากการยืมระเบิดหวาดเสียวชิบหาย หนังทำเสียงโคตรดี ไอ้เสียงกึ๊บแก๊บกั๊กๆมีแต่ว่าเสียงอุปกรณ์ เสียงตัดสายไฟ เสียงเครื่องไม้เครื่องมือ และเสียงหายใจของคนกู้ระเบิด ก็ตื่นเต้น จริงๆหนังยังสะท้อนผลพวงของการสู้รบต่ออีกทั้งผู้คนบริสุทธิ เหล่าทหารผู้ที่จำต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกเมื่อเชื่อวัน การันตีความยอดเยี่ยมด้วยการคว้า 6 รางวัลออสการ์ จากการเข้าชิงทั้งสิ้น 9 สาขา แถมด้วยเข้าชิงลูกโลกทองอีก 3 สาขา

https://svong-1.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *