ศุกร์. ก.ค. 3rd, 2026

ตรวจพูลวิลล่าที่พัทยา เข้าข่ายนอมินีทุนจีน จ๊ะเอ๋วัยรุ่นเปิดบ้านปาร์ตี้แก๊สหัวเราะ

ตรวจพูลวิลล่าที่พัทยา

ตรวจพูลวิลล่าที่พัทยา เข้าข่ายนอมินีทุนจีน จ๊ะเอ๋วัยรุ่นเปิดบ้านปาร์ตี้แก๊สหัวเราะ

ตรวจพูลวิลล่าที่พัทยา ผู้ว่าฯชลบุรี นำทีมตรวจบ้านพลูวิลล่า เข้าข่ายนอมินีทุนจีน พบเปิดเถื่อนผิดประเภท จ๊ะเอ๋วัยรุ่นจีนเปิดบ้านปาร์ตี้แก๊สหัวเราะ ขู่เอาจริง บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดวันที่ 3 ก.ค. 69 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำทีม พาณิชย์จังหวัดชลบุรี, ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง, กรมที่ดิน, กอ.รมน.ชลบุรี, กระทรวงพาณิชย์, ตม.ชลบุรี, สืบ ภ.จว.ชลบุรี, สรรพสามิต, และสำนักงานช่างเมืองพัทยา นำหมายศาลจังหวัดพัทยา ลงพื้นที่ตรวจค้นธุรกิจบ้านพลูวิลล่าขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง ในพื้นที่เมืองพัทยา และจอมเทียน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้นอมินีเป็นตัวแทนในการถือครองอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจท่องเที่ยวอย่างผิดกฎหมาย

โดยหมายแรก ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบวิลล่าหรู ภายในซอยอรุโณทัย 8 พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเป็นลักษณะบ้านพลูวิลล่าขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 15 หลัง ตัวบ้านสูง 4 ชั้นครึ่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ครบวงจร ซึ่งขณะที่กำลังเข้าตรวจสอบพบว่ายังมีกลุ่มลูกค้าชาวจีนเข้าไปใช้บริการ และกำลังเตรียมเช็กเอาต์ออก เบื้องต้น พลูวิลล่าดังกล่าวถูกจดทะเบียนในนามบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีทั้งคนฮ่องกงและคนไทยเป็นหุ้นส่วนร่วมลงทุน จากการตรวจสอบเอกสารและเอกสารรายรับ-รายจ่าย พบหลักฐานสำคัญว่าลักลอบเปิดให้บริการห้องพักแบบรายวัน โดยยังไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ซึ่งปัจจุบันถูกจดทะเบียนเป็นที่พักอาศัยเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงมีการเชิญตัวพนักงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม

 

สอบถามพนักงานอ้างว่า พลูวิลล่าดังกล่าวเพิ่งเปิดบริการได้เพียง 5 เดือน มีอัตราให้เช่าวันละ 6,500 บาท แต่ส่วนใหญ่จะมีเอเจนซีมาขอเช่าเหมาไว้ เพื่อนำไปขายต่อให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนนำไปขายในราคาเท่าไรนั้นไม่ทราบราคาที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะมีการนำไปปล่อยขายต่อในราคา 8,000 – 10,000 บาทต่อวัน

นอกจากนี้ในระหว่างที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีนำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณอาคารต่าง ๆ ภายในบ้านพลูวิลล่าดังกล่าว พอมาถึงบริเวณบ้านหลังที่ 8 (G8) พบว่าที่บริเวณกระจกระเบียงชั้น 2 มีถังวัตถุบางอย่างถูกวางติดกับบานกระจก หากมองด้วยสายตาก็รู้ทันทีว่าเป็นถังแก๊สหัวเราะ หรือ ไนตรัสออกไซด์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีจึงสั่งการให้ตรวจสอบทันที

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม., สืบจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันเข้าแสดงตัวขอตรวจสอบ ไปพบถังแก๊สหัวเราะ  จำนวน 20 ถัง ถูกวางอยู่ในตัวบ้าน ขณะที่ผู้เช่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นชาวจีน เป็นชาย 3 คนและผู้หญิง 1 คน ยังนอนหลับอยู่ภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงทำการปลุกและเชิญตัวมาทำการสอบสวนเบื้องต้น ยอมรับว่ามีการซื้อแก๊สหัวเราะผ่านกลุ่มคนจีน โดยติดต่อทาง “วีแชท” ในราคาถังละ 300 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยถังละ 1,000 บาท (โดยมีหลักฐานพูดคุยในวีแชท) เบื้องต้น ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อคุมตัวชาวจีนไปสอบสวนและตรวจสารเสพติดในร่างกาย

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการของหลายหน่วยงาน เพื่อปราบปรามการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน หรือนอมินี ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 5 แห่งในเมืองพัทยา โดยพบว่าบางแห่งเปิดดำเนินกิจการโรงแรมทั้งที่ได้รับอนุญาตเป็นอาคารพักอาศัย และไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ซึ่งเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีในส่วนที่ตรวจพบก่อน พร้อมให้ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน และผู้มีอำนาจควบคุมกิจการว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ

ผู้ว่าฯ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบผู้ถือหุ้นบางรายอ้างถือหุ้นมูลค่ากว่า 70–80 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบฐานะและอาชีพกลับไม่สอดคล้องกับมูลค่าการลงทุน จึงเป็นประเด็นที่ต้องสืบสวนเชิงลึก หากพบว่าเป็นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ สำนักงานพาณิชย์จะดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทันที นอกจากนี้ จังหวัดชลบุรียังตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานที่ดินทุกสาขา เพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดินของนิติบุคคลต่างชาติ โดยมีข้อมูลเบื้องต้นว่ามีบริษัทเข้าข่ายถือครองที่ดินผิดกฎหมายจำนวน 349 บริษัท หากตรวจสอบพบการกระทำผิด จะดำเนินมาตรการบังคับจำหน่ายที่ดินตามกฎหมาย และหากไม่ดำเนินการภายใน 180 วัน อาจถูกนำที่ดินออกขายทอดตลาดตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ระบุเพิ่มเติมว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 2 ชุด ได้แก่ ชุดตรวจสอบพฤติการณ์นอมินี และชุดตรวจสอบการถือครองที่ดิน โดยจะประชุมติดตามผลทุกสัปดาห์ เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ได้ฝากเตือนไปยังคนไทยที่รับเป็นนอมินีถือหุ้นหรือถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติว่า การกระทำดังกล่าวมีความผิดทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ รวมถึงหากให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ก็อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ส่วนผู้ประกอบการพูลวิลล่าและโรงแรม ผู้ว่าฯ ย้ำว่าต้องดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขออนุญาตใช้อาคารและใบอนุญาตโรงแรมให้ครบถ้วน พร้อมขอความร่วมมือสอดส่องผู้เช่าที่อาจใช้สถานที่เป็นแหล่งกระทำผิด เช่น ผลิตหรือเก็บซุกซ่อนยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือสารอันตราย หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที svong-1

 

By svong-1

Related Post