ศุกร์. ก.ค. 3rd, 2026

เตือนสายกิน อย่าหาทำกลืนเม็ดกระท้อนลงคอ เสี่ยงอุดตัน-ลำไส้ทะลุ อันตรายถึงชีวิต

กลืนเม็ดกระท้อน

เตือนสายกิน อย่าหาทำ กลืนเม็ดกระท้อน ลงคอ เสี่ยงอุดตัน-ลำไส้ทะลุ อันตรายถึงชีวิต

เข้าสู่ฤดูกาล “กระท้อน” ผลไม้รสเปรี้ยวหวานยอดฮิต แต่อย่ามองข้าม “อันตรายจากเม็ดกระท้อน” ที่มีแพทย์ออกมาเตือนทุกปี การเผลอกลืนลงท้องเสี่ยงทำ เม็ดกระท้อนอุดตันลำไส้ จนทะลุอันตรายถึงชีวิต ทำไมต้องระวัง? เตือนระวัง “เม็ดกระท้อน” ห้ามกลืนเด็ดขาด เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลของกระท้อน ผลไม้หน้าร้อนยาวไปจนถึงต้นฤดูฝน เมนูยอดฮิตอย่างกระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนแช่อิ่ม หรือกระท้อนลอยแก้ว จะกลายเป็นของโปรดของใครหลายคน ด้วยเนื้อปุยฝ้ายสีขาวรอบเมล็ดที่มีรสชาติหวานละมุนละไมชวนให้เคี้ยวเพลิน แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังเป็นที่สุดและมีข่าวอุทาหรณ์เตือนใจกันทุกปีก็คือ อันตรายจากเม็ดกระท้อน

เม็ดกระท้อนมีลักษณะที่แตกต่างจากผลไม้ชนิดอื่น คือมีเปลือกหุ้มลื่นและนิ่มเมื่ออยู่ในปาก ทำให้เผลอกลืนลงคอได้ง่ายมาก แต่เมื่อลงไปสู่ระบบย่อยอาหาร ปุยสีขาวจะถูกย่อยออกจนหมด เหลือเพียงเมล็ดแข็งที่มีขนาดใหญ่ ผิวเรียบลื่นแต่มีหัวท้ายที่แหลมคมมาก ซึ่งกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยเมล็ดที่แข็งราวกับก้อนหินนี้ได้ svong-1

จากสถิติทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมทางเดินอาหารด่วนจากการกลืนเม็ด กระท้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเนื่องจากมาพบแพทย์ช้าเกินไป ภัยเงียบอันตรายถึงชีวิต เมื่อกลืนเม็ด กระท้อนลงท้อง เมื่อเกิดการกลืนเม็ด กระท้อนเข้าไป ร่างกายจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงรุนแรง 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้ เม็ดกระท้อนอุดตันลำไส้ และแทงหลอดอาหาร/ลำไส้ทะลุหากเม็ดกระท้อนผ่านกระเพาะอาหารลงไปได้ เมล็ดที่เปลือยเปล่าและมีปลายแหลมคมจะเดินทางเข้าสู่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีความขดเคี้ยวและแคบ ปลายที่แหลมคมจะไปทิ่มแทงผนังลำไส้จนเกิดแผล อักเสบ ติดเชื้อ เป็นหนอง และนำไปสู่ภาวะ ลำไส้ทะลุ ส่งผลให้เศษอาหารและอุจจาระรั่วไหลเข้าสู่ช่องท้อง เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

กลืนเม็ดกระท้อน

 

ผู้สูงอายุต้องระวังเป็นพิเศษ! เช็กอาการเตือนที่ต้องรีบมาพบแพทย์

กลุ่มเสี่ยงที่สุดที่มีโอกาสเผลอกลืนและเกิดภาวะลำไส้ทะลุได้ง่าย คือ ผู้สูงอายุ เนื่องจากประสิทธิภาพในการเคี้ยวลดลง สายตาไม่ดี หรือผู้ที่ใส่ฟันปลอมทำให้ความรู้สึกสัมผัสในช่องปากลดลง รวมถึง เด็กเล็ก ที่ยังแยกแยะไม่ได้ว่าสิ่งใดควรกลืนหรือคาย

สัญญาณเตือนเมื่อกลืนเม็ดกระท้อนแล้วเริ่มมีอาการผิดปกติ

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง (มักปวดท้องด้านล่างซ้ายหรือขวาตามจุดที่เมล็ดไปติด)
  • ท้องอืด แน่นท้อง ท้องผูก ถ่ายไม่ออก (เนื่องจากเกิดการอุดตัน)
  • มีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน
  • ถ่ายอุจจาระปนเลือด หรือมีสีดำคล้ำ

หากมีอการเหล่านี้หลังจากรับประทานกระท้อนภายใน 1-7 วัน ห้ามทานยาถ่ายหรือยาระบายเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเร่งให้ลำไส้บีบตัวจนเมล็ดทิ่มแทงทะลุมากขึ้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อเอกซเรย์และผ่าตัดด่วนทันที

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อ “เม็ดกระท้อนติดคอ”

หากพบเห็นผู้ป่วยที่มีอาการ เม็ดกระท้อนติดคอ อุดตันทางเดินหายใจ (พูดไม่มีเสียง ไอไม่ออก เอามือกุมคอ) ให้รีบทำ การปฐมพยาบาลด้วยวิธี Heimlich Maneuver ทันที

  • ยืนซ้อนด้านหลังผู้ป่วย โอบแขนรอบเอว
  • กำมือหนึ่งข้างวางไว้เหนือสะดือใต้ลิ้นปี่เล็กน้อย และใช้มืออีกข้างกุมมือที่กำไว้
  • ออกแรงกระทุ้งมือขึ้นและเข้าหาตัวเองอย่างรวดเร็วและแรง เพื่อให้เกิดแรงดันในช่องอกดันเอาเม็ดกระท้อนให้หลุดออกมา

หมายเหตุ : หากผู้ป่วยหมดสติ ให้จับนอนหงายและทำการ CPR พร้อมโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที รับประทานกระท้อนครั้งต่อไป ควรเพิ่มความระมัดระวัง คายเมล็ดออกทุกครั้ง หรือเลือกรับประทานเมนูที่เชฟฝานเอาแต่เนื้อออกแล้ว เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในกระท้อนอย่างปลอดภัย ไร้กังวล เม็ดกระท้อนติดคอ และอุดตันทางเดินหายใจมักเกิดขึ้นในขณะเคี้ยวเพลินแล้วเม็ดกระท้อนไหลลื่นลงคอไปติดอยู่บริเวณหลอดลม หรือโคนลิ้น ปิดกั้นทางเดินหายใจอย่างกะทันหัน ทำให้ขาดออกซิเจน หน้าเขียว คล้ายกับกรณีสิ่งแปลกปลอมติดคอทั่วไป ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือในทันที

By svong-1

Related Post